สอบถาม ราคา ท่อ emt 1 2 panasonic เช็คที่ไลน์ @kntcable จาก บริษัท เค.เอ็น.ที เคเบิ้ล 093 319 9567 ไลน์ @kntcable (ราคาอาจมีปรับขึ้นลง) ตัวแทนจำหน่ายสายไฟจากโรงงานชั้นนำ และยี่ห้ออื่นๆ ตามความต้องการของลูกค้า ตลอดจนอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิด เช่น ปลั๊กไฟ , สวิทซ์ไฟฟ้า , หลอดไฟ , อุปกรณ์ท่อ , สายไฟ อุปกรณ์ไฟฟ้า ราคาส่ง ส่งสินค้าทั่วไทย
ราคา ท่อ emt 1 2 panasonic : ท่อ EMT มีคุณสมบัติ และการนำไปใช้งานอย่างไร ท่อ EMT เป็นอุปกรณ์สำคัญที่ใช้ในงานระบบไฟฟ้า โดยเฉพาะงานเดินสายไฟภายในอาคาร บ้านพักอาศัย สำนักงาน โรงงาน ร้านค้า และอาคารพาณิชย์ต่าง ๆ ท่อชนิดนี้มีหน้าที่หลักในการใช้เป็นทางเดินและป้องกันสายไฟจากปัจจัยภายนอก เช่น การกระแทก การเสียดสี รวมถึงช่วยให้ระบบเดินสายไฟมีความเป็นระเบียบและง่ายต่อการตรวจสอบหรือบำรุงรักษาในอนาคต
คำว่า EMT ย่อมาจาก Electrical Metallic Tubing เป็นท่อโลหะผนังบางที่ผลิตขึ้นสำหรับใช้เป็นทางเดินสายไฟ โดยทั่วไปผลิตจากเหล็กและมีการเคลือบเพื่อช่วยเพิ่มความทนทานต่อการกัดกร่อน ท่อ EMT มีน้ำหนักค่อนข้างเบาเมื่อเปรียบเทียบกับท่อโลหะประเภทที่มีผนังหนากว่า เช่น IMC หรือ RSC จึงได้รับความนิยมในงานติดตั้งระบบไฟฟ้าที่ต้องการความแข็งแรงในระดับหนึ่ง แต่ยังต้องการความสะดวกในการติดตั้งและการดัดท่อ
ท่อ EMT คืออะไร
ท่อ EMT หรือ Electrical Metallic Tubing เป็นท่อโลหะสำหรับใช้ร้อยสายไฟ โดยมีลักษณะเป็นท่อทรงกลมและมีผนังบางกว่าท่อโลหะชนิด RSC และ IMC จุดเด่นที่สำคัญคือสามารถดัดโค้งได้ด้วยเครื่องมือสำหรับดัดท่อ EMT ทำให้ช่างสามารถปรับแนวท่อให้เข้ากับพื้นที่ติดตั้งได้
โดยทั่วไปปลายท่อ EMT จะเป็นปลายเรียบและต้องใช้อุปกรณ์ประกอบ เช่น คอนเนคเตอร์ (Connector) และ คัปปลิ้ง (Coupling) เพื่อเชื่อมต่อท่อเข้าด้วยกันหรือเชื่อมต่อท่อเข้ากับตู้ไฟ กล่องไฟ และอุปกรณ์ต่าง ๆ อุปกรณ์เหล่านี้ช่วยให้การติดตั้งมีความเรียบร้อยและช่วยยึดระบบท่อให้มีความมั่นคง
การใช้ท่อ EMT จึงไม่ได้หมายถึงการนำท่อมาร้อยสายไฟเพียงอย่างเดียว แต่เป็นระบบที่ประกอบด้วยท่อ อุปกรณ์เชื่อมต่อ อุปกรณ์ยึดจับ และสายไฟที่เลือกให้เหมาะสมกับลักษณะงานทั้งหมด
คุณสมบัติเด่นของท่อ EMT
1. ผลิตจากโลหะและมีความแข็งแรง
ท่อ EMT มีโครงสร้างเป็นโลหะ จึงมีความแข็งแรงมากกว่าท่อร้อยสายที่เป็นพลาสติกในหลายลักษณะ สามารถช่วยป้องกันสายไฟจากการเสียดสีและแรงกระแทกในระดับที่เหมาะสมกับประเภทงาน
อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก EMT เป็นท่อผนังบาง จึงไม่ควรนำไปใช้แทนท่อที่ออกแบบมาเพื่อรับแรงกระแทกหรือความเสียหายทางกายภาพสูงโดยอัตโนมัติ หากพื้นที่มีความเสี่ยงสูง ควรพิจารณาเลือกท่อที่มีความแข็งแรงเหมาะสมกับสภาพแวดล้อม เช่น IMC หรือ RSC ตามข้อกำหนดของงาน
2. น้ำหนักค่อนข้างเบา
เมื่อเปรียบเทียบกับท่อโลหะที่มีผนังหนากว่า ท่อ EMT มีน้ำหนักค่อนข้างเบา จึงสะดวกต่อการขนส่ง ยกขึ้นติดตั้ง และจัดแนวบนผนังหรือโครงสร้างอาคาร
คุณสมบัตินี้ทำให้ EMT เหมาะกับงานที่ต้องติดตั้งท่อเป็นจำนวนมาก เช่น อาคารสำนักงาน โรงงาน หรือพื้นที่ที่มีแนวเดินสายหลายเส้น เพราะช่วยให้การทำงานของช่างสะดวกและรวดเร็วขึ้น
3. สามารถดัดโค้งได้
ท่อ EMT สามารถดัดให้เป็นแนวโค้งได้โดยใช้เครื่องมือดัดท่อที่เหมาะสม ช่างจึงสามารถปรับเส้นทางเดินท่อให้สอดคล้องกับผนัง เพดาน เสา หรือโครงสร้างของอาคารได้
การดัดท่ออย่างถูกต้องมีความสำคัญ เพราะหากดัดท่อผิดวิธีจนท่อบุบหรือเสียรูป อาจทำให้การร้อยสายไฟทำได้ยากขึ้น และอาจส่งผลต่อความเรียบร้อยของระบบ ดังนั้นควรใช้เครื่องมือและวิธีการดัดที่เหมาะสมกับขนาดของท่อ
4. ช่วยป้องกันสายไฟ
หน้าที่สำคัญของท่อ EMT คือการทำหน้าที่เป็นสิ่งห่อหุ้มและป้องกันสายไฟที่อยู่ภายใน ช่วยลดโอกาสที่สายไฟจะสัมผัสกับวัสดุภายนอกโดยตรง และช่วยจัดแนวสายไฟให้เป็นระบบ
เมื่อสายไฟถูกติดตั้งอยู่ภายในท่อ การตรวจสอบเส้นทางของวงจรหรือการบำรุงรักษาระบบในอนาคตสามารถทำได้ง่ายขึ้นเมื่อเทียบกับการเดินสายที่ไม่มีระบบป้องกันที่เหมาะสม
5. มีความเป็นระเบียบและเหมาะกับงานเดินสายแบบเปิด
ท่อ EMT สามารถนำมาติดตั้งแบบเดินลอยบนผนัง ใต้เพดาน หรือบนโครงสร้างต่าง ๆ ได้ จึงเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมในงานที่ต้องการให้แนวเดินสายไฟมองเห็นและสามารถเข้าถึงได้
นอกจากประโยชน์ด้านการป้องกันสายไฟแล้ว การจัดแนวท่อให้ตรงและใช้แคลมป์หรืออุปกรณ์ยึดอย่างเหมาะสม ยังช่วยให้ระบบไฟฟ้าดูเป็นระเบียบและมีความเป็นมืออาชีพ
อุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกับท่อ EMT
การติดตั้งท่อ EMT จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ประกอบหลายชนิดเพื่อให้ระบบสมบูรณ์ โดยอุปกรณ์ที่พบได้บ่อย ได้แก่
คัปปลิ้ง (Coupling) ใช้สำหรับเชื่อมต่อท่อ EMT สองท่อนเข้าด้วยกัน เหมาะสำหรับกรณีที่แนวเดินสายมีระยะยาวกว่าความยาวของท่อแต่ละท่อน
คอนเนคเตอร์ (Connector) ใช้เชื่อมต่อปลายท่อเข้ากับกล่องไฟ ตู้ไฟ หรืออุปกรณ์อื่น ๆ ที่รองรับการเชื่อมต่อกับท่อ EMT
ข้องอหรือข้อโค้ง ใช้สำหรับเปลี่ยนทิศทางของแนวท่อในกรณีที่ไม่สามารถดัดท่อเองได้ หรือเป็นส่วนประกอบของระบบตามรูปแบบการติดตั้ง
แคลมป์หรืออุปกรณ์ยึดท่อ ใช้สำหรับยึดท่อให้ติดกับผนัง เพดาน หรือโครงสร้าง โดยควรเลือกชนิดและขนาดให้เหมาะสมกับท่อและลักษณะพื้นที่
นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์อื่น ๆ เช่น บูชชิ่ง กล่องพักสาย และอุปกรณ์สำหรับการเชื่อมต่อหรือยึดระบบให้เหมาะสมกับการออกแบบงานไฟฟ้า
ท่อ EMT นำไปใช้งานอย่างไร
1. งานระบบไฟฟ้าในบ้านพักอาศัย
ท่อ EMT สามารถนำมาใช้ในงานเดินสายไฟภายในบ้าน โดยเฉพาะพื้นที่ที่ต้องการเดินสายแบบเป็นระเบียบและมีการป้องกันทางกายภาพ เช่น ห้องเก็บของ โรงจอดรถ พื้นที่งานระบบ หรือบริเวณที่เดินท่อแบบเปิด
การเลือกใช้ควรพิจารณารูปแบบสถาปัตยกรรมของบ้านและสภาพแวดล้อมร่วมด้วย เพราะบางพื้นที่อาจเหมาะกับท่อพลาสติกหรือระบบเดินสายรูปแบบอื่นมากกว่า
2. อาคารสำนักงาน
สำนักงานเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่นิยมใช้ท่อ EMT เนื่องจากมีระบบไฟฟ้าจำนวนมาก ทั้งไฟแสงสว่าง เต้ารับ อุปกรณ์สำนักงาน ระบบสื่อสาร และระบบควบคุมต่าง ๆ
ท่อ EMT ช่วยจัดแนวสายไฟให้เป็นระเบียบและช่วยให้สามารถตรวจสอบเส้นทางของสายไฟได้ง่าย โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการเดินท่อใต้ฝ้าเพดานหรือเดินลอยในพื้นที่งานระบบ
3. โรงงานและพื้นที่อุตสาหกรรม
ในโรงงาน ท่อ EMT สามารถนำไปใช้ในพื้นที่ที่มีสภาพแวดล้อมเหมาะสมกับคุณสมบัติของท่อ เช่น แนวเดินสายไฟตามผนัง โครงสร้าง หรือบริเวณเครื่องจักรที่ไม่ได้มีความเสี่ยงต่อการกระแทกสูงเกินกว่าระดับที่ท่อรองรับได้
สำหรับพื้นที่อุตสาหกรรมที่มีสารเคมี ความชื้นสูง หรือมีโอกาสเกิดความเสียหายทางกลมาก ควรประเมินสภาพแวดล้อมและเลือกชนิดท่อรวมถึงการเคลือบผิวให้เหมาะสม
4. ร้านค้าและอาคารพาณิชย์
ท่อ EMT เหมาะกับงานติดตั้งระบบไฟฟ้าของร้านค้าและอาคารพาณิชย์ที่ต้องการเดินสายแบบเปิดและต้องการความเรียบร้อย เช่น ระบบไฟส่องสว่าง ป้ายไฟ วงจรเต้ารับ และระบบไฟฟ้าสำหรับอุปกรณ์ต่าง ๆ
การเดินท่อแบบเปิดยังช่วยให้สามารถตรวจสอบหรือปรับเปลี่ยนแนวเดินสายได้ง่ายเมื่อมีการปรับปรุงพื้นที่ในอนาคต
5. งานระบบไฟฟ้าในพื้นที่ที่ต้องการความเรียบร้อย
ท่อ EMT ยังเหมาะกับงานที่ต้องการจัดระบบสายไฟให้ดูเป็นระเบียบ เช่น ห้องเครื่อง ห้องควบคุม ระบบไฟฟ้าของอาคาร และพื้นที่ที่มีการติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าหลายชุด
การวางแนวท่อที่ดีควรคำนึงถึงระยะห่างจากระบบอื่น จุดเลี้ยว จุดพักสาย และตำแหน่งกล่องไฟ เพื่อให้สามารถบำรุงรักษาได้สะดวกในระยะยาว
ข้อควรระวังในการติดตั้งท่อ EMT
การติดตั้งท่อ EMT ควรเลือกขนาดท่อให้เหมาะสมกับจำนวนและขนาดของสายไฟที่ต้องการร้อยภายในท่อ ไม่ควรร้อยสายจนแน่นเกินไป เพราะอาจทำให้ดึงสายได้ยากและเกิดความเสียหายต่อฉนวนระหว่างติดตั้ง
บริเวณปลายท่อและจุดเปลี่ยนทิศทางควรตรวจสอบไม่ให้มีขอบคมหรือส่วนที่อาจทำลายฉนวนของสายไฟ รวมถึงควรใช้อุปกรณ์ประกอบที่เข้ากันได้กับระบบท่ออย่างถูกต้อง
การยึดท่อก็มีความสำคัญเช่นกัน เพราะหากยึดไม่แน่น ท่ออาจเคลื่อนตัวหรือเกิดการแอ่นตัว ส่งผลต่อความเรียบร้อยและความปลอดภัยของระบบ นอกจากนี้การต่อเนื่องทางไฟฟ้า การ bonding และการต่อลงดินของระบบโลหะควรดำเนินการตามมาตรฐานและแบบติดตั้งที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรสมมติว่าท่อโลหะทุกระบบสามารถทำหน้าที่แทนสายดินได้ในทุกกรณี
ท่อ EMT เหมาะกับงานแบบใด
โดยสรุป ท่อ EMT เหมาะกับงานที่ต้องการ ความแข็งแรงระดับหนึ่ง น้ำหนักไม่มาก ดัดโค้งได้ และต้องการจัดระบบสายไฟให้เป็นระเบียบ โดยเฉพาะงานภายในอาคาร สำนักงาน ร้านค้า โรงงาน และพื้นที่งานระบบที่มีสภาพแวดล้อมเหมาะสม
หากพื้นที่มีความเสี่ยงต่อแรงกระแทกสูงมาก หรือมีสภาพแวดล้อมที่กัดกร่อนและรุนแรง ควรพิจารณาท่อประเภทอื่นที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกว่า เช่น IMC หรือ RSC รวมถึงเลือกวัสดุและการเคลือบผิวให้ตรงกับสภาพแวดล้อม
ท่อ EMT (Electrical Metallic Tubing) เป็นท่อโลหะผนังบางที่ใช้สำหรับร้อยและป้องกันสายไฟ มีจุดเด่นด้านน้ำหนักที่ค่อนข้างเบา สามารถดัดโค้งได้ ติดตั้งง่าย และช่วยให้ระบบเดินสายไฟมีความเป็นระเบียบ จึงเหมาะกับงานระบบไฟฟ้าภายในอาคารหลากหลายประเภท
การนำท่อ EMT ไปใช้งานควรพิจารณาทั้งสภาพแวดล้อม ระดับการป้องกันทางกายภาพ จำนวนและขนาดสายไฟ วิธีการติดตั้ง และอุปกรณ์ประกอบที่ใช้ร่วมกัน การเลือกขนาดท่อและอุปกรณ์ให้เหมาะสม รวมถึงการติดตั้งตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง จะช่วยให้ระบบไฟฟ้ามีความเรียบร้อย ปลอดภัย และสะดวกต่อการตรวจสอบหรือบำรุงรักษาในอนาคต
ดังนั้น ก่อนเลือกซื้อท่อ EMT ควรประเมินลักษณะงานให้ชัดเจนว่าเป็นงานภายในหรือภายนอกอาคาร มีความชื้นหรือสารกัดกร่อนหรือไม่ และมีความเสี่ยงต่อการกระแทกมากน้อยเพียงใด เพื่อให้สามารถเลือกชนิดและขนาดของท่อได้อย่างเหมาะสมกับการใช้งานจริง
ข้อมูล สายไฟ

