สอบถาม อุปกรณ์ป้องกันกระแสไฟฟ้าไหลเกิน ราคา เช็คที่ไลน์ @kntcable จาก บริษัท เค.เอ็น.ที เคเบิ้ล 093 319 9567 ไลน์ @kntcable (ราคาอาจมีปรับขึ้นลง) ตัวแทนจำหน่ายสายไฟจากโรงงานชั้นนำ และยี่ห้ออื่นๆ ตามความต้องการของลูกค้า ตลอดจนอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิด เช่น ปลั๊กไฟ , สวิทซ์ไฟฟ้า , หลอดไฟ , อุปกรณ์ท่อ , สายไฟ อุปกรณ์ไฟฟ้า ราคาส่ง ส่งสินค้าทั่วไทย
อุปกรณ์ป้องกันกระแสไฟฟ้าไหลเกิน มีคุณสมบัติอย่างไร? อุปกรณ์ป้องกันกระแสไฟฟ้าไหลเกิน เป็นอุปกรณ์สำคัญในระบบไฟฟ้าที่มีหน้าที่ตรวจจับและตัดวงจรเมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านมากเกินกว่าค่าที่ระบบหรือสายไฟสามารถรองรับได้ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากสายไฟร้อนเกินไป ฉนวนเสื่อมสภาพ อุปกรณ์ไฟฟ้าเสียหาย รวมถึงลดโอกาสเกิดไฟฟ้าลัดวงจรและเพลิงไหม้จากระบบไฟฟ้า
ในระบบไฟฟ้าภายในบ้าน อาคารสำนักงาน โรงงาน และสถานประกอบการ มักมีการใช้อุปกรณ์ป้องกันกระแสเกินหลายประเภท โดยอุปกรณ์ที่พบได้บ่อย ได้แก่ ฟิวส์ (Fuse), เซอร์กิตเบรกเกอร์ (Circuit Breaker), MCB, MCCB และอุปกรณ์ป้องกันกระแสเกินประเภทอื่น ๆ ซึ่งแต่ละชนิดมีหลักการทำงาน พิกัดกระแส และลักษณะการใช้งานแตกต่างกัน
การเลือกอุปกรณ์ป้องกันกระแสเกินจึงไม่ควรพิจารณาเพียงว่าต้องการ “เบรกเกอร์กี่แอมป์” แต่ควรดูขนาดสายไฟ ลักษณะโหลด กระแสใช้งาน กระแสลัดวงจรที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ระบบไฟฟ้า และวิธีการติดตั้งร่วมด้วย
กระแสไฟฟ้าไหลเกินคืออะไร?
กระแสไฟฟ้าไหลเกิน หรือ Overcurrent หมายถึง ภาวะที่กระแสไฟฟ้าในวงจรมีค่ามากกว่าค่าที่อุปกรณ์หรือสายไฟได้รับการออกแบบให้รองรับอย่างเหมาะสม
กระแสเกินสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น การใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชนิดพร้อมกันจนโหลดสูงเกินไป การเกิดไฟฟ้าลัดวงจร หรือความผิดปกติของอุปกรณ์ไฟฟ้า
เมื่อมีกระแสสูงเกินไป ความร้อนในสายไฟและอุปกรณ์อาจเพิ่มขึ้น หากไม่มีระบบป้องกันที่เหมาะสม อาจทำให้ฉนวนสายไฟเสื่อม อุปกรณ์เสียหาย และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย
ดังนั้นการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันกระแสเกินจึงเป็นส่วนสำคัญของการออกแบบระบบไฟฟ้าที่ปลอดภัย
อุปกรณ์ป้องกันกระแสไฟฟ้าไหลเกินมีกี่ประเภท?
อุปกรณ์ป้องกันกระแสเกินมีหลายประเภท โดยประเภทที่พบได้บ่อยมีดังนี้
1. ฟิวส์ (Fuse)
ฟิวส์เป็นอุปกรณ์ป้องกันกระแสเกินที่มีโครงสร้างไม่ซับซ้อน ภายในมีส่วนของตัวนำที่ออกแบบให้หลอมละลายเมื่อกระแสไฟฟ้าไหลผ่านเกินค่าที่กำหนดเป็นระยะเวลาหนึ่ง
เมื่อฟิวส์ทำงาน ส่วนตัวนำจะขาด ทำให้วงจรไฟฟ้าถูกตัดออกจากแหล่งจ่าย
ข้อดีของฟิวส์คือสามารถทำงานได้รวดเร็วและมีรูปแบบให้เลือกใช้งานหลายชนิด แต่เมื่อฟิวส์ขาดแล้วต้องเปลี่ยนใหม่ จึงไม่สามารถรีเซ็ตกลับมาใช้งานได้เหมือนเบรกเกอร์ทั่วไป
ฟิวส์เหมาะกับระบบที่ต้องการการป้องกันกระแสเกินตามพิกัดของฟิวส์และลักษณะวงจร
2. เซอร์กิตเบรกเกอร์ (Circuit Breaker)
เซอร์กิตเบรกเกอร์เป็นอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อเปิดวงจรเมื่อเกิดภาวะผิดปกติ เช่น กระแสเกินหรือลัดวงจรตามคุณสมบัติของเบรกเกอร์
จุดเด่นคือเมื่อเบรกเกอร์ตัดวงจรแล้ว สามารถตรวจสอบสาเหตุและรีเซ็ตกลับมาใช้งานได้ หากสาเหตุของความผิดปกติได้รับการแก้ไขแล้ว
เบรกเกอร์มีหลายรูปแบบและหลายขนาด ตั้งแต่ระบบไฟฟ้าภายในบ้านไปจนถึงระบบไฟฟ้าในโรงงาน
3. MCB
MCB หรือ Miniature Circuit Breaker เป็นเบรกเกอร์ขนาดเล็กที่นิยมใช้ในระบบไฟฟ้าภายในบ้าน อาคารสำนักงาน ร้านค้า และวงจรย่อยต่าง ๆ
MCB สามารถช่วยป้องกันกระแสเกินและกระแสลัดวงจรตามพิกัดและคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์
ข้อดีคือมีขนาดกะทัดรัด ติดตั้งบนราง DIN ได้ในผลิตภัณฑ์หลายรุ่น และสามารถเปิดวงจรกลับมาใช้งานได้หลังจากแก้ไขปัญหาแล้ว
4. MCCB
MCCB หรือ Molded Case Circuit Breaker เป็นเบรกเกอร์ที่มีขนาดและความสามารถรองรับกระแสสูงกว่า MCB ในหลายกลุ่มผลิตภัณฑ์ จึงนิยมใช้ในระบบไฟฟ้าของอาคารขนาดใหญ่ โรงงาน และระบบจ่ายไฟที่มีโหลดสูง
MCCB มีหลายพิกัดกระแสและมีคุณสมบัติในการปรับตั้งค่าการป้องกันในบางรุ่น ทำให้สามารถนำไปใช้กับระบบที่มีความต้องการเฉพาะได้
5. อุปกรณ์ป้องกันกระแสเกินสำหรับงานเฉพาะ
นอกจากฟิวส์ MCB และ MCCB แล้ว ยังมีอุปกรณ์ป้องกันที่ออกแบบสำหรับระบบเฉพาะ เช่น อุปกรณ์ป้องกันมอเตอร์ หรืออุปกรณ์ป้องกันในตู้ไฟฟ้าแรงดันต่ำ
การเลือกอุปกรณ์ต้องดูประเภทโหลดและลักษณะของระบบ ไม่ควรนำอุปกรณ์แต่ละชนิดมาใช้แทนกันโดยไม่ตรวจสอบคุณสมบัติ
คุณสมบัติสำคัญของอุปกรณ์ป้องกันกระแสเกิน
1. ช่วยป้องกันสายไฟจากความร้อนสะสม
เมื่อกระแสไฟฟ้าไหลผ่านสายมากขึ้น ความร้อนที่เกิดขึ้นในตัวนำก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น อุปกรณ์ป้องกันกระแสเกินจึงช่วยตัดวงจรเมื่อเกิดภาวะกระแสเกินตามเงื่อนไขการทำงานของอุปกรณ์
2. ช่วยลดความเสียหายของอุปกรณ์
หากวงจรมีกระแสสูงผิดปกติเป็นเวลานาน อาจส่งผลต่อสายไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้า การตัดวงจรอย่างเหมาะสมช่วยจำกัดระยะเวลาที่วงจรอยู่ในสภาวะผิดปกติ
3. มีพิกัดกระแสให้เลือกหลายขนาด
อุปกรณ์ป้องกันกระแสเกินมีหลายพิกัด เช่น สำหรับวงจรขนาดเล็กและวงจรที่มีกระแสสูง โดยต้องเลือกให้สัมพันธ์กับสายไฟและโหลด
4. มีค่าความสามารถในการตัดกระแสลัดวงจร
เบรกเกอร์แต่ละรุ่นมีความสามารถในการตัดกระแสลัดวงจร หรือ Breaking Capacity แตกต่างกัน
ค่าดังกล่าวมีความสำคัญมากในระบบไฟฟ้า เพราะหากเกิดกระแสลัดวงจรที่มีค่าสูง อุปกรณ์ป้องกันจะต้องสามารถตัดวงจรได้อย่างปลอดภัยตามพิกัดที่กำหนด
5. สามารถใช้กับระบบ 1 เฟสและ 3 เฟส
มีอุปกรณ์ป้องกันสำหรับวงจร 1 เฟสและ 3 เฟส รวมถึงเบรกเกอร์ที่มีจำนวนขั้วแตกต่างกัน
การเลือกจำนวนขั้วต้องสัมพันธ์กับระบบไฟฟ้าและวิธีการตัดวงจรที่ต้องการ
อุปกรณ์ป้องกันกระแสเกินทำงานอย่างไร?
หลักการทำงานแตกต่างกันไปตามชนิดของอุปกรณ์
เบรกเกอร์บางประเภทใช้กลไก Thermal เพื่อตรวจจับผลของความร้อนจากกระแสเกิน เมื่อมีกระแสเกินเป็นระยะเวลาหนึ่ง กลไกจะทำงานและตัดวงจร
ส่วนการป้องกันลัดวงจรอาจใช้กลไก Magnetic ซึ่งตอบสนองต่อกระแสที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
เบรกเกอร์บางชนิดจึงมีระบบ Thermal-Magnetic ซึ่งสามารถให้การป้องกันทั้งกระแสเกินและลัดวงจรตามคุณสมบัติของอุปกรณ์
อุปกรณ์ป้องกันกระแสเกินต่างจากอุปกรณ์ป้องกันไฟรั่วอย่างไร?
เป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ใช้งานควรแยกให้ออก
อุปกรณ์ป้องกันกระแสเกิน มีหน้าที่หลักในการป้องกันภาวะกระแสเกินและลัดวงจรตามคุณสมบัติของอุปกรณ์
ขณะที่ อุปกรณ์ป้องกันไฟรั่วหรือกระแสไฟรั่ว มีหน้าที่ตรวจจับความไม่สมดุลของกระแสหรือกระแสที่ไหลออกจากเส้นทางที่กำหนด แล้วตัดวงจรเพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากไฟฟ้ารั่ว
ดังนั้นอุปกรณ์ทั้งสองประเภทมีหน้าที่แตกต่างกัน และในระบบไฟฟ้าบางประเภทอาจต้องใช้อุปกรณ์หลายชนิดร่วมกันเพื่อให้มีการป้องกันที่ครอบคลุม
วิธีเลือกอุปกรณ์ป้องกันกระแสไฟฟ้าไหลเกิน
การเลือกควรพิจารณาปัจจัยต่อไปนี้
1. ขนาดสายไฟ
พิกัดอุปกรณ์ป้องกันต้องสัมพันธ์กับความสามารถในการรับกระแสของสายไฟ โดยไม่ควรเลือกเบรกเกอร์ที่มีพิกัดสูงเกินความสามารถของสายโดยไม่มีเหตุผลทางวิศวกรรมรองรับ
2. กระแสของโหลด
ควรคำนวณหรือประเมินกระแสใช้งานของโหลดทั้งหมดก่อนเลือกอุปกรณ์
3. ประเภทของโหลด
โหลดแต่ละชนิดมีลักษณะต่างกัน เช่น โหลดความร้อน มอเตอร์ เครื่องปรับอากาศ หรือเครื่องจักรอุตสาหกรรม จึงต้องเลือกคุณสมบัติของอุปกรณ์ป้องกันให้เหมาะสม
4. ระบบไฟฟ้า
ต้องพิจารณาว่าเป็นระบบ 1 เฟส หรือ 3 เฟส รวมถึงจำนวนขั้วที่จำเป็น
5. กระแสลัดวงจรที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
ควรเลือกอุปกรณ์ที่มีความสามารถในการตัดกระแสลัดวงจรเพียงพอกับระบบ ณ จุดติดตั้ง
6. สภาพแวดล้อม
อุณหภูมิ ความชื้น ฝุ่น และสภาพแวดล้อมของตู้ไฟอาจมีผลต่อการทำงานของอุปกรณ์ จึงต้องติดตั้งตามข้อกำหนดของผู้ผลิต
ความสำคัญของอุปกรณ์ป้องกันกระแสเกินต่อโรงงาน
สำหรับโรงงาน อุปกรณ์ป้องกันกระแสเกินมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะโรงงานมีเครื่องจักรและมอเตอร์จำนวนมาก ซึ่งอาจมีโหลดสูงและมีความซับซ้อนกว่าระบบไฟฟ้าภายในบ้าน
การออกแบบระบบป้องกันที่เหมาะสมช่วยลดความเสียหายจากเหตุผิดปกติ และช่วยจำกัดพื้นที่ของวงจรที่ต้องหยุดทำงานเมื่อเกิดปัญหา
ในระบบโรงงานอาจมีการใช้ MCCB อุปกรณ์ป้องกันมอเตอร์ ฟิวส์ และอุปกรณ์ป้องกันชนิดอื่นร่วมกัน โดยต้องออกแบบให้สัมพันธ์กันทั้งระบบ
ข้อควรระวังในการใช้งาน
ไม่ควรเปลี่ยนเบรกเกอร์เป็นขนาดใหญ่ขึ้นเพียงเพราะเบรกเกอร์ตัดบ่อย เพราะสาเหตุอาจมาจากโหลดเกิน ลัดวงจร สายไฟมีปัญหา หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าชำรุด
การเพิ่มขนาดเบรกเกอร์โดยไม่ตรวจสอบขนาดสายอาจทำให้สายไฟได้รับกระแสสูงเกินความสามารถในการรองรับ และเพิ่มความเสี่ยงต่อความร้อนสะสม
หากเบรกเกอร์ตัดซ้ำ ๆ ควรให้ช่างไฟฟ้าตรวจสอบระบบและหาสาเหตุที่แท้จริงก่อนแก้ไข
สรุป
อุปกรณ์ป้องกันกระแสไฟฟ้าไหลเกินเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบไฟฟ้าที่ช่วยลดความเสี่ยงจากกระแสเกินและไฟฟ้าลัดวงจร โดยมีอุปกรณ์หลายประเภท เช่น ฟิวส์ MCB MCCB และอุปกรณ์ป้องกันเฉพาะทาง
คุณสมบัติสำคัญของอุปกรณ์เหล่านี้ ได้แก่ การตัดวงจรเมื่อเกิดภาวะกระแสเกินตามเงื่อนไขที่กำหนด การช่วยลดความร้อนสะสมในสายไฟ การจำกัดความเสียหายของอุปกรณ์ และความสามารถในการตัดกระแสลัดวงจรตามพิกัด
การเลือกอุปกรณ์ป้องกันกระแสเกินต้องพิจารณา ขนาดสายไฟ กระแสของโหลด ประเภทโหลด ระบบ 1 เฟสหรือ 3 เฟส จำนวนขั้ว ความสามารถในการตัดกระแสลัดวงจร และสภาพแวดล้อมในการติดตั้ง ไม่ควรเลือกจากค่ากระแสเพียงอย่างเดียว
สำหรับบ้าน อาคาร หรือโรงงาน การออกแบบระบบป้องกันกระแสเกินอย่างเหมาะสมจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้งาน ลดโอกาสเกิดความเสียหายต่อสายไฟและเครื่องใช้ไฟฟ้า และช่วยให้ระบบไฟฟ้าสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในระยะยาว โดยการติดตั้งและตรวจสอบควรดำเนินการโดยช่างไฟฟ้าหรือผู้เชี่ยวชาญตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
ข้อมูล สายไฟ

