สอบถาม ราคา ท่อเดินสายไฟ เช็คที่ไลน์ @kntcable จาก บริษัท เค.เอ็น.ที เคเบิ้ล 093 319 9567 ไลน์ @kntcable (ราคาอาจมีปรับขึ้นลง) ตัวแทนจำหน่ายสายไฟจากโรงงานชั้นนำ และยี่ห้ออื่นๆ ตามความต้องการของลูกค้า ตลอดจนอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิด เช่น ปลั๊กไฟ , สวิทซ์ไฟฟ้า , หลอดไฟ , อุปกรณ์ท่อ , สายไฟ อุปกรณ์ไฟฟ้า ราคาส่ง ส่งสินค้าทั่วไทย
ราคา ท่อเดินสายไฟ – ท่อเดินสายไฟ มีกี่แบบ? มีคุณสมบัติอย่างไร และเลือกใช้งานแบบไหน ท่อเดินสายไฟ หรือท่อร้อยสายไฟ เป็นอุปกรณ์สำคัญในงานระบบไฟฟ้าที่ใช้สำหรับป้องกันและจัดระเบียบสายไฟภายในอาคาร บ้านพักอาศัย สำนักงาน โรงงาน และสถานประกอบการต่าง ๆ หน้าที่หลักของท่อคือช่วยป้องกันสายไฟจากการกระแทก การเสียดสี ความชื้น และปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ ตามระดับการป้องกันของท่อแต่ละประเภท นอกจากนี้ยังช่วยให้แนวการเดินสายไฟมีความเรียบร้อย และทำให้สามารถตรวจสอบหรือเปลี่ยนสายไฟได้สะดวกขึ้นในระบบที่ออกแบบให้สามารถเข้าถึงสายได้

การเลือกท่อจึงไม่ควรดูเฉพาะราคา แต่ต้องพิจารณาวิธีติดตั้ง สภาพแวดล้อม ระดับการป้องกัน ความแข็งแรง จำนวนสาย และมาตรฐานงานไฟฟ้าที่เกี่ยวข้อง
ท่อเดินสายไฟคืออะไร?
ท่อเดินสายไฟ คือท่อที่ใช้สำหรับนำสายไฟเข้าไปอยู่ภายในท่อ เพื่อช่วยป้องกันสายไฟและจัดแนวสายให้เป็นระบบ
สายไฟที่เดินอยู่ภายในท่อจะได้รับการป้องกันจากการสัมผัสหรือการกระแทกโดยตรงในระดับหนึ่ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดและมาตรฐานของท่อ
นอกจากนี้การเดินสายภายในท่อยังช่วยให้ระบบไฟฟ้าดูเป็นระเบียบ และในระบบที่ออกแบบให้สามารถเปิดเข้าถึงได้ ยังช่วยให้การบำรุงรักษาและเปลี่ยนสายทำได้ง่ายขึ้น
ท่อเดินสายไฟมีกี่แบบ?
หากแบ่งตามวัสดุและรูปแบบการใช้งาน สามารถกล่าวถึงประเภทที่พบได้บ่อยดังนี้
1. ท่อ PVC
ท่อ PVC เป็นท่ออโลหะที่ผลิตจากวัสดุพลาสติก มีน้ำหนักเบา ไม่เป็นสนิม และสามารถนำไปใช้งานในระบบไฟฟ้าหลายรูปแบบตามชนิดและมาตรฐานของท่อ
จุดเด่นของ PVC คือมีน้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย และไม่เกิดสนิมเหมือนท่อโลหะ
ท่อ PVC สามารถใช้กับงานเดินสายไฟภายในอาคารและงานบางประเภทที่ต้องการวัสดุที่ไม่เป็นสื่อนำไฟฟ้า ทั้งนี้ควรเลือกชนิดของท่อให้ตรงกับลักษณะงานและข้อกำหนดในการติดตั้ง
2. ท่อ EMT
ท่อ EMT (Electrical Metallic Tubing) เป็นท่อโลหะผนังค่อนข้างบางที่ใช้สำหรับงานร้อยสายไฟ มีน้ำหนักเบากว่าท่อโลหะบางชนิด และสามารถดัดท่อให้เข้ากับแนวการเดินสายได้
ท่อ EMT นิยมใช้ในงานระบบไฟฟ้าภายในอาคาร สำนักงาน ร้านค้า และโรงงานบางประเภท โดยสามารถติดตั้งบนผนังหรือเพดานได้
ข้อดีคือมีความแข็งแรงมากกว่าท่อพลาสติกในหลายกรณี และช่วยป้องกันสายไฟจากแรงกระแทกได้ดี
3. ท่อ IMC
ท่อ IMC (Intermediate Metal Conduit) เป็นท่อโลหะที่มีความแข็งแรงมากกว่า EMT และมีผนังหนากว่า EMT
เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการความแข็งแรงและการป้องกันทางกายภาพมากขึ้น เช่น งานอุตสาหกรรมหรือบริเวณที่มีโอกาสได้รับแรงกระแทก
เนื่องจากมีความแข็งแรงมากกว่า จึงมีน้ำหนักและต้นทุนสูงกว่า EMT ในหลายกรณี
4. ท่อ RSC หรือ Rigid Steel Conduit
ท่อ RSC (Rigid Steel Conduit) เป็นท่อเหล็กแข็งที่มีผนังค่อนข้างหนาและมีความแข็งแรงสูง
เหมาะกับงานที่ต้องการการป้องกันสายไฟจากแรงกระแทกอย่างมาก เช่น โรงงาน พื้นที่อุตสาหกรรม หรือบริเวณที่มีความเสี่ยงทางกายภาพสูง
ท่อประเภทนี้มีความทนทาน แต่จะมีน้ำหนักมากและติดตั้งได้ยากกว่าท่อ EMT จึงต้องใช้เครื่องมือและทักษะในการติดตั้งที่เหมาะสม
5. ท่ออ่อน
ท่ออ่อน หรือ Flexible Conduit เป็นท่อที่สามารถโค้งงอได้ เหมาะกับพื้นที่ที่มีข้อจำกัดในการเดินท่อแบบแข็ง
ท่ออ่อนมีหลายชนิด ทั้งแบบโลหะและแบบพลาสติก โดยคุณสมบัติแตกต่างกันตามผลิตภัณฑ์
เหมาะสำหรับบริเวณที่ต้องการความยืดหยุ่น เช่น จุดเชื่อมต่อระหว่างท่อกับเครื่องจักร หรือพื้นที่ที่แนวเดินสายมีการเปลี่ยนทิศทางมาก
อย่างไรก็ตามควรเลือกชนิดของท่ออ่อนให้เหมาะกับสภาพแวดล้อม และไม่ควรนำท่ออ่อนไปใช้งานในลักษณะที่เกินข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์
6. ท่อ PVC แบบบางหรือท่อสำหรับงานเฉพาะ
ท่อพลาสติกมีหลายระดับความหนาและหลายมาตรฐาน จึงควรตรวจสอบว่าท่อรุ่นที่เลือกออกแบบมาสำหรับงานไฟฟ้าหรือไม่
ท่อบางประเภทเหมาะกับงานที่มีการป้องกันทางกายภาพไม่สูงมาก ขณะที่ท่อที่มีความแข็งแรงมากขึ้นสามารถใช้ในพื้นที่ที่ต้องการการป้องกันมากกว่า
การเลือกท่อจึงควรพิจารณาจากมาตรฐานและวิธีติดตั้งจริง ไม่ควรเลือกจากรูปลักษณ์เพียงอย่างเดียว
คุณสมบัติสำคัญของท่อเดินสายไฟ
1. ช่วยป้องกันสายไฟ
หน้าที่หลักของท่อคือช่วยป้องกันสายไฟจากแรงกระแทก การเสียดสี และปัจจัยภายนอกตามระดับการป้องกันของท่อ
โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีโอกาสเกิดการกระแทก ท่อโลหะที่มีความแข็งแรงเหมาะสมอาจเป็นทางเลือกที่ดี
2. ช่วยจัดระเบียบสายไฟ
การนำสายไฟเข้าไปอยู่ในท่อช่วยให้แนวสายเป็นระเบียบ ลดการเดินสายแบบกระจัดกระจาย และช่วยให้ระบบไฟฟ้าดูเรียบร้อย
3. เพิ่มความสะดวกในการบำรุงรักษา
ระบบท่อที่ออกแบบอย่างเหมาะสมสามารถช่วยให้การตรวจสอบหรือเปลี่ยนสายไฟทำได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะระบบที่มีจุดพักสายและจุดเปิดเข้าถึงที่เหมาะสม
4. มีหลายขนาด
ท่อเดินสายไฟมีหลายขนาด เพื่อรองรับจำนวนและขนาดสายไฟที่แตกต่างกัน
การเลือกขนาดท่อควรคำนึงถึงพื้นที่ภายในท่อที่เพียงพอสำหรับสายไฟ และไม่ควรใส่สายไฟมากเกินไปจนทำให้การดึงสายยากหรือเกิดความร้อนสะสม
วิธีเลือกท่อเดินสายไฟให้เหมาะกับงาน
การเลือกท่อควรเริ่มจากการพิจารณาสภาพแวดล้อมและวิธีติดตั้ง
บ้านพักอาศัย
สำหรับบ้านพักอาศัย อาจเลือกใช้ท่อ PVC หรือ EMT ตามรูปแบบการติดตั้งและข้อกำหนดของพื้นที่
อาคารสำนักงาน
อาคารสำนักงานสามารถใช้ EMT หรือท่อประเภทอื่นที่เหมาะสม โดยควรคำนึงถึงความเรียบร้อยและการบำรุงรักษา
โรงงาน
โรงงานควรพิจารณาความแข็งแรง สารเคมี ความชื้น ฝุ่น และโอกาสการกระแทก หากพื้นที่มีความเสี่ยงสูง อาจต้องเลือกใช้ท่อโลหะที่มีความแข็งแรงมากขึ้นหรือท่อที่มีคุณสมบัติเฉพาะ
จุดเชื่อมต่อเครื่องจักร
บริเวณที่ต้องเชื่อมต่อกับเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ที่มีการสั่นสะเทือน อาจเลือกใช้ท่ออ่อนที่ออกแบบมาสำหรับงานดังกล่าว
ข้อควรระวังในการเดินท่อไฟฟ้า
การเลือกท่อที่ดีเพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้ระบบปลอดภัยทั้งหมด การติดตั้งต้องถูกต้องด้วย
ควรหลีกเลี่ยงการดัดท่อจนมีรัศมีโค้งแคบเกินไป เพราะอาจทำให้ดึงสายได้ยากหรือทำให้ฉนวนสายไฟเสียหาย
ควรใช้ข้อต่อ คอนเนคเตอร์ กล่องพักสาย แคลมป์ และอุปกรณ์ประกอบที่เหมาะสมกับท่อแต่ละประเภท
นอกจากนี้ต้องระวังไม่ให้ท่อมีขอบคมหรือส่วนที่อาจเสียดสีกับสายไฟ หากเป็นท่อโลหะควรจัดการบริเวณปลายท่อและจุดต่ออย่างเหมาะสม
การเดินท่อควรออกแบบให้มีจุดพักสายเมื่อจำเป็น และไม่ควรทำแนวท่อที่ซับซ้อนจนเกินไป เพราะจะทำให้การดึงสายและบำรุงรักษาในอนาคตทำได้ยาก
ท่อโลหะกับท่อ PVC เลือกแบบไหนดี?
ไม่มีคำตอบว่าท่อประเภทใดดีที่สุดสำหรับทุกงาน เพราะแต่ละประเภทมีข้อดีแตกต่างกัน
ท่อ PVC มีน้ำหนักเบา ไม่เป็นสนิม และติดตั้งค่อนข้างง่าย เหมาะกับงานที่ต้องการวัสดุอโลหะและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
ท่อโลหะ มีความแข็งแรงและสามารถให้การป้องกันทางกายภาพได้ดี เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการความทนทานมากขึ้น
ดังนั้นควรเลือกตามสภาพแวดล้อม วิธีติดตั้ง งบประมาณ และข้อกำหนดของโครงการ
สรุป
ท่อเดินสายไฟมีหลายประเภท เช่น ท่อ PVC, EMT, IMC, RSC และท่ออ่อน แต่ละชนิดมีคุณสมบัติแตกต่างกัน ทั้งด้านความแข็งแรง น้ำหนัก ความยืดหยุ่น ความทนทาน และลักษณะการใช้งาน
ท่อ PVC มีจุดเด่นเรื่องน้ำหนักเบาและไม่เป็นสนิม ขณะที่ EMT มีความแข็งแรงและเหมาะกับงานเดินสายภายในอาคารหลายประเภท ส่วน IMC และ RSC เหมาะกับงานที่ต้องการความแข็งแรงและการป้องกันทางกายภาพมากขึ้น ขณะที่ท่ออ่อนเหมาะกับบริเวณที่ต้องการความยืดหยุ่นหรือจุดเชื่อมต่ออุปกรณ์บางประเภท
การเลือกท่อจึงควรพิจารณาทั้ง ประเภทสายไฟ จำนวนสาย ขนาดสาย สภาพแวดล้อม วิธีติดตั้ง ระดับการป้องกัน และมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงต้องเลือกอุปกรณ์ประกอบ เช่น ข้อต่อ ข้องอ คอนเนคเตอร์ และอุปกรณ์ยึดท่อให้เข้ากัน
หากเป็นงานระบบไฟฟ้าภายในบ้าน อาคาร หรือโรงงาน ควรออกแบบและติดตั้งโดยช่างไฟฟ้าหรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ขนาดท่อ วิธีเดินสาย และอุปกรณ์ประกอบเหมาะสมกับระบบ การเลือกท่อที่ถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้นจะช่วยให้ระบบไฟฟ้ามีความเป็นระเบียบ ป้องกันสายไฟได้ดี และสะดวกต่อการตรวจสอบและบำรุงรักษาในระยะยาว
ข้อมูล สายไฟ

