สอบถาม อุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้าน ราคา เช็คที่ไลน์ @kntcable จาก บริษัท เค.เอ็น.ที เคเบิ้ล 093 319 9567 ไลน์ @kntcable (ราคาอาจมีปรับขึ้นลง) ตัวแทนจำหน่ายสายไฟจากโรงงานชั้นนำ และยี่ห้ออื่นๆ ตามความต้องการของลูกค้า ตลอดจนอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิด เช่น ปลั๊กไฟ , สวิทซ์ไฟฟ้า , หลอดไฟ , อุปกรณ์ท่อ , สายไฟ อุปกรณ์ไฟฟ้า ราคาส่ง ส่งสินค้าทั่วไทย
อุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้าน ได้แก่อะไรบ้าง? รวมอุปกรณ์สำคัญที่ควรรู้จัก อุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้าน เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันมีความสะดวกสบายมากขึ้น ตั้งแต่ระบบจ่ายไฟ สวิตช์ เต้ารับ อุปกรณ์ให้แสงสว่าง เครื่องใช้ไฟฟ้า ไปจนถึงอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยทางไฟฟ้า ปัจจุบันบ้านพักอาศัยส่วนใหญ่มีการใช้งานไฟฟ้าหลากหลายรูปแบบ จึงจำเป็นต้องเลือกอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับลักษณะการใช้งานและติดตั้งอย่างถูกต้อง

อุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้านคืออะไร?
อุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้าน หมายถึง อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรับ จ่าย ควบคุม ป้องกัน หรือใช้พลังงานไฟฟ้าภายในที่พักอาศัย สามารถแบ่งออกได้หลายกลุ่ม ตั้งแต่อุปกรณ์ในระบบไฟฟ้าหลักไปจนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน
อุปกรณ์บางชนิดมีหน้าที่จ่ายไฟให้เครื่องใช้ไฟฟ้า บางชนิดทำหน้าที่ควบคุมการเปิด-ปิด และบางชนิดทำหน้าที่ป้องกันความผิดปกติของระบบไฟฟ้า ดังนั้นอุปกรณ์แต่ละประเภทจึงมีความสำคัญแตกต่างกัน
อุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้านที่พบได้บ่อย
1. ตู้ไฟฟ้าหรือตู้คอนซูมเมอร์
ตู้คอนซูมเมอร์ (Consumer Unit) เป็นจุดรวมและกระจายไฟฟ้าภายในบ้าน โดยรับไฟจากระบบจ่ายไฟหลักแล้วแบ่งออกเป็นวงจรย่อย เช่น วงจรไฟส่องสว่าง วงจรเต้ารับ เครื่องปรับอากาศ หรือเครื่องทำน้ำอุ่น
ภายในตู้อาจติดตั้ง Main Breaker, MCB, RCCB หรือ RCBO ตามรูปแบบของระบบ ตู้ไฟที่เหมาะสมช่วยให้สามารถควบคุมและป้องกันแต่ละวงจรได้เป็นระบบมากขึ้น
2. เบรกเกอร์
เบรกเกอร์เป็นอุปกรณ์สำคัญที่ใช้ป้องกันระบบไฟฟ้าจากกระแสเกินและการลัดวงจร เมื่อเกิดความผิดปกติตามเงื่อนไขของอุปกรณ์ เบรกเกอร์สามารถตัดวงจรเพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อสายไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้า
เบรกเกอร์มีหลายประเภท เช่น MCB, MCCB, RCCB และ RCBO โดยแต่ละประเภทมีหน้าที่และการใช้งานแตกต่างกัน
สำหรับบ้านพักอาศัย มักพบ MCB สำหรับป้องกันวงจรย่อย และ RCBO หรือ RCCB สำหรับการป้องกันไฟรั่วตามรูปแบบการออกแบบระบบ
3. สายไฟ
สายไฟเป็นส่วนสำคัญที่ทำหน้าที่นำกระแสไฟฟ้าจากแหล่งจ่ายไปยังอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในบ้าน
สายไฟมีหลายประเภท เช่น THW, VAF, VCT และสายประเภทอื่น ๆ ซึ่งออกแบบมาให้เหมาะกับวิธีการติดตั้งและลักษณะงานแตกต่างกัน
การเลือกสายไฟควรพิจารณาขนาดหน้าตัด กระแสที่ใช้งาน วิธีติดตั้ง อุณหภูมิ และมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรเลือกจากราคาเพียงอย่างเดียว
4. สวิตช์ไฟ
สวิตช์ไฟใช้สำหรับควบคุมการเปิดและปิดวงจรไฟฟ้า เช่น การเปิด-ปิดหลอดไฟหรือโคมไฟ
ปัจจุบันมีสวิตช์หลายรูปแบบ เช่น สวิตช์ทางเดียว สวิตช์สองทาง สวิตช์หลายทาง และสวิตช์อัจฉริยะ โดยสามารถเลือกให้เหมาะกับลักษณะการใช้งานของแต่ละห้อง
สวิตช์ที่มีคุณภาพควรมีโครงสร้างแข็งแรง จุดสัมผัสไฟฟ้ามีคุณภาพ และรองรับพิกัดกระแสที่เหมาะสม
5. เต้ารับไฟฟ้า
เต้ารับเป็นจุดสำหรับเชื่อมต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าเข้ากับระบบไฟฟ้าภายในบ้าน เช่น โทรทัศน์ พัดลม คอมพิวเตอร์ เครื่องชาร์จ และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ
เต้ารับมีหลายรูปแบบ ทั้งแบบธรรมดา แบบมีสวิตช์ แบบมีม่านนิรภัย และแบบที่มีระบบป้องกันหรือฟังก์ชันเพิ่มเติม
ควรเลือกเต้ารับที่มีพิกัดเหมาะสมกับการใช้งาน และติดตั้งในตำแหน่งที่ปลอดภัย โดยเฉพาะบริเวณที่มีความชื้น
6. ปลั๊กไฟ
ปลั๊กไฟเป็นอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าเข้ากับเต้ารับ โดยทั่วไปจะติดตั้งอยู่ที่ปลายสายไฟของเครื่องใช้ไฟฟ้า
ปลั๊กที่มีสายดินสามารถช่วยให้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ออกแบบให้ต่อลงดินสามารถเชื่อมต่อกับระบบสายดินได้อย่างเหมาะสม
ควรหลีกเลี่ยงการใช้ปลั๊กหรืออะแดปเตอร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน รวมถึงไม่ควรต่ออุปกรณ์หลายชิ้นเข้ากับเต้ารับเดียวจนเกินพิกัด
7. หลอดไฟและโคมไฟ
อุปกรณ์ให้แสงสว่างเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีความสำคัญต่อบ้าน โดยมีทั้งหลอด LED หลอดไฟประเภทต่าง ๆ และโคมไฟหลายรูปแบบ
ปัจจุบันหลอด LED ได้รับความนิยมเนื่องจากมีประสิทธิภาพในการใช้พลังงานที่ดี อายุการใช้งานตามสเปกของผลิตภัณฑ์ และมีรูปแบบให้เลือกมากมาย
โคมไฟสามารถเลือกตามพื้นที่ เช่น โคมไฟเพดาน โคมไฟติดผนัง โคมไฟดาวน์ไลท์ โคมไฟภายนอก และโคมไฟสำหรับตกแต่ง
8. เครื่องปรับอากาศ
เครื่องปรับอากาศเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่พบได้ทั่วไปในบ้าน โดยทำหน้าที่ควบคุมอุณหภูมิและความชื้นภายในพื้นที่ตามความสามารถของเครื่อง
เนื่องจากเครื่องปรับอากาศเป็นโหลดไฟฟ้าที่ใช้กำลังค่อนข้างสูง จึงควรมีวงจรไฟฟ้าและอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม รวมถึงเลือกขนาดเครื่องให้เหมาะกับพื้นที่
การทำความสะอาดแผ่นกรองและบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอยังช่วยให้เครื่องทำงานได้อย่างเหมาะสม
9. พัดลม
พัดลมเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้มอเตอร์ในการหมุนใบพัดเพื่อสร้างกระแสลม มีทั้งพัดลมตั้งโต๊ะ พัดลมตั้งพื้น พัดลมติดผนัง และพัดลมเพดาน
พัดลมมีข้อดีคือใช้พลังงานโดยทั่วไปน้อยกว่าเครื่องปรับอากาศ และเหมาะสำหรับช่วยเพิ่มการหมุนเวียนอากาศภายในห้อง
10. ตู้เย็น
ตู้เย็นเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าสำคัญสำหรับเก็บรักษาอาหารและเครื่องดื่ม โดยใช้ระบบทำความเย็นเพื่อรักษาอุณหภูมิภายในตู้
เนื่องจากเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทำงานเป็นเวลานาน จึงควรเลือกเครื่องที่มีประสิทธิภาพเหมาะสมกับการใช้งาน และควรติดตั้งในบริเวณที่มีการระบายอากาศเหมาะสม
11. เครื่องซักผ้า
เครื่องซักผ้าช่วยลดเวลาและแรงงานในการซักเสื้อผ้า โดยมีทั้งแบบฝาบนและฝาหน้า รวมถึงรุ่นที่มีฟังก์ชันอบผ้าหรือโปรแกรมซักเฉพาะประเภท
บริเวณติดตั้งเครื่องซักผ้าควรจัดการเรื่องน้ำและไฟฟ้าอย่างเหมาะสม เพราะเป็นพื้นที่ที่มีโอกาสสัมผัสความชื้น
12. เครื่องทำน้ำอุ่น
เครื่องทำน้ำอุ่นเป็นอุปกรณ์ที่ต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้งานร่วมกับน้ำ
ควรติดตั้งระบบป้องกันไฟรั่วและระบบสายดินตามข้อกำหนด รวมถึงเลือกอุปกรณ์ที่มีพิกัดเหมาะสมกับระบบไฟฟ้าของบ้าน
ไม่ควรติดตั้งหรือดัดแปลงระบบไฟฟ้าของเครื่องทำน้ำอุ่นด้วยตนเอง หากไม่มีความรู้ด้านไฟฟ้า
13. ปั๊มน้ำ
ปั๊มน้ำใช้สำหรับสูบน้ำหรือเพิ่มแรงดันน้ำภายในบ้าน เช่น การส่งน้ำจากถังเก็บน้ำไปยังจุดใช้งาน
ปั๊มน้ำมีมอเตอร์เป็นส่วนประกอบหลัก จึงควรเลือกวงจรไฟฟ้าและอุปกรณ์ป้องกันให้เหมาะสมกับกำลังของปั๊ม
14. เครื่องดูดฝุ่น
เครื่องดูดฝุ่นใช้มอเตอร์สร้างแรงดูดเพื่อเก็บฝุ่นและสิ่งสกปรก เหมาะสำหรับทำความสะอาดพื้น เฟอร์นิเจอร์ และพื้นที่ต่าง ๆ ภายในบ้าน
ปัจจุบันมีทั้งเครื่องดูดฝุ่นแบบใช้สายและแบบแบตเตอรี่ ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกตามลักษณะพื้นที่และความสะดวก
15. เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว
ภายในห้องครัวมีอุปกรณ์ไฟฟ้าหลายประเภท เช่น เตาไฟฟ้า เตาแม่เหล็กไฟฟ้า เตาอบ ไมโครเวฟ เครื่องดูดควัน เครื่องปั่น และกาต้มน้ำไฟฟ้า
อุปกรณ์เหล่านี้บางชนิดใช้กำลังไฟฟ้าค่อนข้างสูง จึงควรตรวจสอบพิกัดของเต้ารับ สายไฟ และวงจรให้เหมาะสมก่อนใช้งาน
อุปกรณ์ไฟฟ้าเพื่อความปลอดภัย
นอกจากเครื่องใช้ไฟฟ้าแล้ว บ้านควรมีอุปกรณ์ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยของระบบไฟฟ้า เช่น
อุปกรณ์ตัดไฟรั่ว ช่วยตรวจจับกระแสไฟรั่วและตัดวงจรเมื่อเกิดความผิดปกติตามพิกัดของอุปกรณ์
ระบบสายดิน ช่วยเป็นทางนำกระแสผิดปกติลงดินตามการออกแบบระบบ และเป็นส่วนสำคัญของระบบความปลอดภัยทางไฟฟ้า
เครื่องป้องกันไฟกระชาก (SPD) สามารถใช้เพื่อช่วยป้องกันระบบจากแรงดันกระชากตามประเภทและพิกัดของอุปกรณ์
อุปกรณ์ป้องกันฟ้าผ่า สามารถใช้เป็นส่วนหนึ่งของระบบป้องกันฟ้าผ่าสำหรับอาคาร โดยต้องออกแบบให้เหมาะสมกับโครงสร้างและระบบไฟฟ้า
วิธีเลือกอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้าน
การเลือกอุปกรณ์ไฟฟ้าควรให้ความสำคัญกับคุณภาพและความปลอดภัยมากกว่าราคาเพียงอย่างเดียว โดยควรพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ เช่น พิกัดแรงดัน พิกัดกระแส มาตรฐานสินค้า วัสดุที่ใช้ คุณภาพของฉนวน และความเหมาะสมกับสถานที่ติดตั้ง
สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้า ควรเลือกขนาดและกำลังให้เหมาะสมกับลักษณะการใช้งาน และตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับการใช้พลังงานก่อนตัดสินใจซื้อ
ส่วนอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้าโดยตรง เช่น ตู้ไฟ เบรกเกอร์ สายไฟ เต้ารับ และอุปกรณ์ป้องกัน ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีข้อมูลทางเทคนิคชัดเจนและเหมาะสมกับระบบ
การดูแลอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้าน
ควรตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าเป็นระยะ หากพบสายไฟชำรุด ฉนวนแตก เต้ารับหลวม มีรอยไหม้ หรือเบรกเกอร์ตัดบ่อยผิดปกติ ควรหยุดใช้งานและให้ช่างไฟฟ้าตรวจสอบ
ไม่ควรใช้งานปลั๊กพ่วงหรือเต้ารับเกินพิกัด และควรหลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าในพื้นที่เปียกน้ำโดยไม่มีมาตรการป้องกันที่เหมาะสม
นอกจากนี้ควรทำความสะอาดเครื่องใช้ไฟฟ้าตามคำแนะนำของผู้ผลิต และควรตรวจสอบระบบไฟฟ้าโดยผู้เชี่ยวชาญเมื่อมีการต่อเติมบ้านหรือเพิ่มโหลดไฟฟ้าขนาดใหญ่
สรุป
อุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้านมีหลายประเภท ตั้งแต่ตู้คอนซูมเมอร์ เบรกเกอร์ สายไฟ สวิตช์ เต้ารับ หลอดไฟ และโคมไฟ ไปจนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น เครื่องปรับอากาศ พัดลม ตู้เย็น เครื่องซักผ้า เครื่องทำน้ำอุ่น ปั๊มน้ำ และเครื่องใช้ไฟฟ้าในห้องครัว
อุปกรณ์แต่ละชนิดมีหน้าที่แตกต่างกัน แต่ล้วนมีส่วนช่วยให้การใช้พลังงานไฟฟ้าภายในบ้านเป็นไปอย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพ การเลือกอุปกรณ์จึงควรพิจารณาทั้งคุณภาพ พิกัดการใช้งาน มาตรฐาน และความเหมาะสมกับระบบไฟฟ้าของบ้าน
โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย เช่น เบรกเกอร์ อุปกรณ์ตัดไฟรั่ว สายดิน และตู้ไฟ ควรเลือกให้เหมาะสมและติดตั้งอย่างถูกต้อง เพราะระบบไฟฟ้าที่ออกแบบและติดตั้งอย่างเหมาะสมจะช่วยลดความเสี่ยงจากไฟฟ้าลัดวงจร กระแสเกิน ไฟรั่ว และปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้งานในชีวิตประจำวัน
ดังนั้น ก่อนซื้อหรือติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้าน ควรศึกษาข้อมูลทางเทคนิคของผลิตภัณฑ์และเลือกให้ตรงกับลักษณะการใช้งาน หากเป็นงานติดตั้งระบบไฟฟ้าหรือการเพิ่มวงจรไฟฟ้าขนาดใหญ่ ควรให้ช่างไฟฟ้าที่มีความรู้เป็นผู้ดำเนินการ เพื่อให้ระบบมีความปลอดภัยและสามารถใช้งานได้อย่างเหมาะสมในระยะยาว
ข้อมูล สายไฟ

